วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

โรคพยาธิตืดวัว พยาธิตืดหมู และโรคพยาธิเม็ดสาคู (Taeniasis and Cysticercosis)


โรคพยาธิตัวตืดวัวและหมู (Taeniasis) เกิดจากพยาธิตัวตืด Taenia saginata และ T. solium โดยที่ระยะตัวอ่อนของพยาธิ (cysticercus) ทำให้เกิดพยาธิเม็ดสาคู (cysticercosis)

การติดต่อ

1.            คน  ติดพยาธิตืดหมูจากการกินเนื้อสุกรที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อ (Cysticercus
cellulosae) โดยไม่ทำให้สุกหรือดิบ ๆ สุก ๆ พยาธิจะเจริญเป็นตัวแก่ เกาะกับผนังลำไส้ โดยพยาธิตัวตืดจะมีชีวิต อยู่ในโฮสต์ได้นานถึง 25 ปี หรือมากกว่านั้น สำหรับพยาธิตืดวัวติดต่อโดยการกินเช่นเดียวกับในพยาธิตืดหมู โดยวัวจะเป็นโฮสต์กึ่งกลางในการนำโรค
2.            ในสัตว์  สุกรติดโรคโดยได้รับไข่ที่อยู่ในปล้องสุกโดยปนเปื้อนมากับอาหารหรือเจริญ
เป็นตัวอ่อนระยะติดต่ออยู่ในกล้ามเนื้อของสุกรที่เรียกว่าพยาธิเม็ดสาคู (measly pork) ในขณะที่วัวได้รับไข่ หรือปล้องสุกของพยาธิ T. saginata  ที่ปนเปื้อนอยู่ในทุ่งหญ้าในบริเวณที่มีการสุขาภิบาลไม่ดีและเจริญเป็นพยาธิตัวอ่อน Cysticercus bovis ในกล้ามเนื้อของวัว


อาการ

1.            พยาธิตืดหมูหรือตืดวัวที่อยู่ในลำไส้จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการผิดปกติในระบบทางเดิน
อาหาร อาจมีท้องเสียสลับท้องผูก มีอาการปวดท้อง มีโลหิตจาง พยาธิอาจปล่อยสารพิษออกมาทำให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบทั่วไป นอกจากนี้อาจพบอาการอาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ และพยาธิอาจพันกันทำให้เกิดการอุดตันของลำไล้ได้
2.            พยาธิเม็ดสาคูที่เกิดจาก C. cellulosae ( T. solium) จะทำให้เกิดพยาธิสภาพหรือ
อาการมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่พยาธิไปอาศัยอยู่ ตัวอ่อนของพยาธิพบได้ทุกส่วนของกล้ามเนื้อในร่างกายและทุกอวัยวะในชั้นใต้ผิวหนัง อาจพบในสมอง ตา หัวใจ ตับ ปอดและในช่องท้อง ถ้าพยาธิอยู่ในเนื้อสมองอาจทำให้เกิดอาการชักแบบลมบ้าหมู พฤติกรรมและนิสัยของคนไข้จะเปลี่ยนไป อาจมีอาการคล้ายคนที่มีเนื้องอกในสมอง
3.            ในสัตว์ จะไม่พบอาการมากนัก เนื่องจากการที่ตัวอ่อนไปอยู่ตามกล้ามเนื้อ ทำให้มีผล
ต่อสัตว์น้อยกว่าในการทำให้เกิดพยาธิสภาพ
 

การตรวจวินิจฉัย

1.            การตรวจหาปล้องสุก หรือไข่ของพยาธิ T. solium และ T. saginata จากอุจจาระของ
ผู้ป่วย
2.            การตรวจหาพยาธิเม็ดสาคู (cysticercosis) โดยการตรวจทางซีรั่มวิทยา เช่น ELISA
หรือ การทดสอบทางผิวหนัง ด้วยวิธี Precipitin test

การรักษา

1.            ในคน ใช้ยาได้หลายชนิดที่ให้ผลดี เช่น Niclosamide, Albendazole, Praziquantel
และ มหาด หรือ ปวกหาด
2.            ในโรคพยาธิเม็ดสาคู Praziquantel ให้ผลดีร่วมกับยาแก้ชักและการผ่าตัดเอาซีสต์
พยาธิออก

การควบคุมและป้องกัน

1.            พฤติกรรมการกินอาหารของคนไทย ซึ่งยังนิยมกินเนื้อสัตว์กึ่งดิบกึ่งสุก เช่น ลาบ ลู่
น้ำตก เนื้อ และหมูปิ้งไม่สุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พบมีอัตราการติดโรคพยาธิตัวตืดทั้ง 2 ชนิดมากกว่าภาคอื่น ๆ
2.            ในชนบทที่ห่างไกล หรือในพื้นที่ที่ทุรกันดารที่ประชาชนมีรายได้น้อย ทำให้การดูแล
ทางด้านสาธารณสุขและสุขาภิบาลไม่ดีพอ ประชาชนไม่ใช้ส้วมในการถ่ายอุจจาระ เนื่องจากความไม่สะดวก ขณะออกไปทำไร่ทำนา จึงต้องถ่ายตามทุ่งนา หรือเรือกสวนไร่นา ทำให้ไข่พยาธิตัวตืดมีโอกาสปนเปื้อนอยู่ในท้องทุ่ง เมื่อสัตว์ที่เป็นโฮสต์กึ่งกลางมากินก็จะทำให้วงจรชีวิตดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง
3.            การเลี้ยงสุกรแบบปล่อยทำให้มีโอกาสติดโรคพยาธิตัวตืดได้สูงขึ้นกว่าปกติ และในโค
กระบือก็เกิดอุบัติการณ์ของโรคในลักษณะเดียวกัน
4.            โรงฆ่าสัตว์ในปัจจุบันทั่วประเทศยังไม่ได้ปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด
มีสัตว์ที่ถูกนำมาขายเนื้อ โดยไม่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกต้อง นอกจากนี้การตรวจซากต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ซากที่พบพยาธิเม็ดสาคูต้องทำลายทิ้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายตัวของโรค
5.            การนำอุจจาระของสุกรหรือ โค ไปใช้เป็นปุ๋ยปลูกผัก ทำให้มีโอกาสที่ไข่หรือปล้องสุก
อาจติดไปกับผักโดยเฉพาะโครงการผักปลอดสารที่อาจจะใช้มูลสัตว์แทนสารเคมี ทำให้ผักเจริญงอกงามดีแต่อาจปนเปื้อน ดังที่มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ ถึงการบริโภคอาหารที่มีผักจิ้มหรือผักแกล้ม เช่น แหนมเนืองหรือสลัดผัก มีโอกาสได้รับไข่พยาธิตัวตืด ถ้าหากไม่มีการล้างผักหรือทำความสะอาดก่อนบริโภค
6.            ให้ความรู้ในเรื่องโรคพยาธิตืดหมูและตืดวัว กับประชาชนเพื่อให้รู้จักวิธีป้องกันตัวเอง
และลดโอกาสที่จะติดโรค

โรคพยาธิใบไม้ในลำไส้ (Fasciolopsiasis)


เกิดจากพยาธิใบไม้ Fasciolopsis buski อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์โดยเฉพาะในสุกร
การติดต่อ

1.            ในคน  จากการกินพืชน้ำ เช่น ผักบุ้ง กระจับ สายบัว แห้วจีน ผักแว่น ผักกระเฉดและ
ผักตบชวาที่ปนเปื้อนด้วยระยะ metacercaria ของพยาธิ
2.            ในสัตว์  สุกรได้รับพยาธิจากการนำผักที่มีตัวอ่อนระยะติดต่อปนเปื้อนอยู่ไปเลี้ยงสุกร
ทำให้ติดพยาธิและเมื่อนำอุจจาระสุกรไปใช้เป็นปุ๋ยธรรมชาติรดพวกผัก หรือล้างลงแหล่งน้ำจะทำให้เกิดการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและทำให้การแพร่กระจายของโรคพยาธิเกิดอย่างสมบูรณ์

อาการของโรค

1.            ในคน พยาธิตัวแก่ที่เกาะที่ผนังลำไส้ จะทำให้เกิดอาการท้องเดินเป็นครั้งคราว ถ้ามี
พยาธิจำนวนมากจะทำให้เกิดบาดแผลในลำไส้โฮสต์ ได้ ตัวพยาธิอาจขับสารที่เป็นพิษ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการแพ้ พยาธิมีขนาดใหญ่ถ้ามีอยู่ในจำนวนมาก ๆ อาจทำให้เกิดการอุดตันในลำไส้ได้ อาการที่มักพบได้แก่ ปวดท้อง บวมบริเวณใบหน้า ตับโต คลื่นไส้อาเจียร ผิวหนังแห้งและหยาบ และถ้ามีพยาธิจำนวนมากอาจทำให้ตายได้
2.            ในสัตว์  สุกรจะมีพยาธิ F. buski เพียง 3-12 ตัว ทำให้มีอาการไม่เด่นชัดมากนัก
อาจพบอาการท้องเสียและสัตว์จะเจริญเติบโตช้า หรือ การแลกเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อลดลง

การตรวจวินิจฉัย

            ตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระทั้งในคนและในสุกร

การควบคุมและป้องกัน

            1.  พยาธิ F. buski มักพบระบาดในพื้นที่ที่มีน้ำท่วม มีพืชน้ำจำนวนมาก การป้องกันและควบคุม ควรป้องกันโดยไม่ให้กินผักและพืชน้ำดิบ ๆ เช่น ผักบุ้ง สายบัว แห้วจีน กระจับ และพืชน้ำอื่น ๆ อัตราการติดโรคในเด็กสูงเพราะเด็กมักชอบเล่นน้ำแล้วเอากระจับหรือแห้วมากัดกินดิบ ๆ ระยะติดต่อ (metacercaria)  จะติดอยู่ที่ผิวนอกของพืชน้ำ
            2.  สุกร  เป็นพาหะหรือเป็นตัวเก็บกักโรคที่สำคัญ ไม่ควรล้างมูลสุกรทิ้งลงสู่แหล่งน้ำโดยตรง ควรมีบ่อพัก หรือกักมูลสุกรให้อยู่ในหลุม หรือบ่อไม่ให้ไหลไปปนเปื้อนกับแหล่งน้ำภายนอก การเลี้ยงสุกรในฟาร์มส่วนใหญ่จะใช้อาหารสำเร็จ มีเพียงเกษตรกรรายย่อยเท่านั้นที่ยังคงเลี้ยงสุกรด้วยเศษอาหาร และพืชผักรวมทั้งผักตบชวาตามแหล่งน้ำที่หาได้ง่ายในเขตภาคกลาง
            3.  ในเขตชนบทที่ประชาชนยังคงมีพฤติกรรมถ่ายอุจจาระตามสะดวกโดยถ่ายอุจจาระรอบ ๆ บ้าน หรือตามท้องทุ่ง โดยเฉพาะเด็ก ๆ จะถือเอาความสะดวกในการถ่ายอุจจาระตามทุ่งนาหรือใกล้แหล่งน้ำ จึงยังอาจจะพบโรคพยาธิชนิดนี้ได้บ้าง

โรคพยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchiasis)


เกิดจากพยาธิ Opisthorchis viverrini อาศัยอยู่ในถุงน้ำดีและท่อน้ำดีของตับ คนได้รับพยาธิจากการกินระยะติดต่อของพยาธิ (metacercaria) ที่อาศัยอยู่ในกล้ามเนื้อของปลาน้ำจืดหลายชนิด อาหารที่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ เช่น ก้อยปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม อาจทำให้คนที่บริโภคติดโรคได้

การติดต่อ
            ในคน  ที่ชอบกินปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก ปลาที่อาจพบตัวอ่อนพยาธิ ได้แก่ ปลาสูต ปลาปก ปลาแม่สะเด้ง ปลาตะเพียนทราย ปลาตะเพียนขาว ปลากระบัง ปลาสาวทราย ปลาซิว อัตราการติดเชื้อของปลาขึ้นอยู่กับพื้นที่ ชนิดของปลาและฤดูกาล

    

อาการ
1.            ในคน  ความรุนแรงและอาการของโรคพยาธิใบไม้ในตับขึ้นอยู่กับจำนวนของพยาธิ
ระยะเวลาที่ติดเชื้อ และสภาพร่างกายของแต่ละคน เช่น ถ้ามีสภาวะแทรกซ้อนจากโรคอื่นอาจทำให้เกิดอาการอย่างรุนแรง อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผอมแห้ง ตับแข็ง หรือมีอาการร่วมกับเนื้องอก หรือมะเร็งในตับ
2.            ในสัตว์  อาการของโรคที่เกิดขึ้นในสุนัขและแมวส่วนมากมักไม่แสดงอาการออกมาให้
เห็น

การตรวจวินิจฉัย

1.            ตรวจหาไข่พยาธิจาก อุจจาระของผู้ป่วย หรือสัตว์ป่วย
2.            จากประวัติอาการของผู้ป่วย

การควบคุมและป้องกัน

1.            ให้ความรู้ ความเข้าใจ และปรับเปลี่ยนทัศนคติ พฤติกรรมในเรื่องการกิน การถ่าย ให้
ถูกสุขลักษณะ
2.            การปรับปรุงทางสุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม การสร้างและใช้ส้วม การดูแลแหล่งน้ำให้
สะอาดและไม่ปนเปื้อนจากระยะต่าง ๆ ของพยาธิใบไม้ตับ
3.            กำจัดสัตว์ที่เป็นตัวเก็บกักโรค เช่น สุนัข และแมว หรือตรวจหาพยาธิและทำการถ่าย
พยาธิหรือไม่ใช้ปลาดิบเลี้ยงสุนัขและแมว